บินเดี่ยวเที่ยวมาเลเซีย KL - มะละกา Part 3 Melaka - KL

มาถึงวันที่ 3 ของการเดินทางแล้วค่ะ เช้านี้ตื่นเช้าออกมาเดินเล่นถ่ายรูป เก็บตก ก่อนที่จะกลับ KL ค่ะ


ตื่นมาวันนี้เช้าวันศุกร์ ทุกอย่างยังเงียบ สงบ บรรยากาศ ในย่านนี้เหมือนที่ปีนังเลยค่ะ ทั้งตึกรามบ้านช่องต่างๆ


เดินไปเรื่อยๆ


เดินจนมาถึงสะพานนี้


ดูวิวริมแม่น้ำกันบ้าง


เดินข้ามมาฝั่งตรงข้าม จะเห็นโบสถ์เซ็นฟรัง ซิสเซเวียร์ (St.Francis Xavier's Church ) ส่วนกำแพงแดงๆ
จะเป็นป้าย มะละกาเมืองมรดกโลก ที่นักท่องเที่ยวชอบมาถ่ายรูปกันค่ะ เดี๋ยวจะเดินไปตรงนู้นกัน


เดินผ่านโบสถ์


อีกหนึ่งไฮท์ไลท์สำคัญที่นักท่องเที่ยวต้องมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึก
แหม่ ! มาคนเดียวรูปเดี่ยวก้ต้องมีบ้าง จัดเซลฟี่ไปรัวๆ ยังเช้าอยู่ ไม่มีคนอยู่แถวนี้เลยค่ะ ฮ่าๆ


เดินต่อมาอีกนิดก็จะเป็นย่านตึกสีแดงๆ



เดินตรงมาเรื่อยๆ ก็จะมาเจอกับศูนย์กลางของที่นี่ นั่นคือโบสถ์คริสถ์นั่นเอง
มาเดินเล่นเช้าๆ ไม่ร้อน คนน้อยด้วย ถ่ายรูปสบายๆเลยค่ะ


ตรงกังหันคือ สะพานที่จะข้ามไปถนน Jonker ค่ะ


ยังเช้าอยู่สามล้อยังไม่มา ไหนๆก็มาถึงนี่แล้ว เราอยากลองนั่งสามล้อค่ะ เลยเดินเล่นไปก่อน สายๆน่าจะเริ่มมีสามล้อมาให้เลือกเยอะๆ

เดินมาถึงทางขึ้นโบสถ์เซ็นปอล์


ทางขึ้น เช้านี้


ช่องแคบมะละกา ตอนเช้าๆ


เดินอ้อมมาอีกฝั่งนึง



เดินลงมาจากโบสถ์ แล้วย้อนกลับมาทางเดิม


ถนนบ้าง


ริมแม่น้ำ ตอนเช้า


แล้วก็เดินกลับมาที่โบสถ์คริสต์ค่ะ สามล้อเริ่มมาแล้ว


เดี๋ยวจะกลับไปเช็คเอาท์ไม่ทัน นัดเจ้าของที่พักไว้ว่าจะเช็คเอาท์ 11 โมง เค้าจะไปส่งเราที่ท่ารถค่ะ
เลยไปติดต่อสามล้อ ดูปรากฏว่า มีแบบทั้งรอบเล็กรอบใหญ่ เรามีเวลาไม่มาก ก็เลยเอาแบบรอบเล็ก
เค้าจะไปปั่นไปจอด ตามจุดต่างๆให้เราถ่ายรูป เสร็จแล้วก็จะปั่นกลับมาส่งเราที่โบสถ์คริสต์เหมือนเดิมค่ะ ไม่รู้คนอื่นได้ราคาเท่าไหร่นะคะ ของเราโดนไป 25 ริงกิตค่ะ *O* (ประมาณ 200 บาท) แลกกับความอยากนั่งก็จัดไปค่ะ เราเลือกลายปิกาจูค่ะ อยากนั่งโดเรมอน แต่ไม่มาสักที ก็เลยนั่งปิกาจูก็ได้ แจ่มดีเหมือนกัน


ก่อนรถออก น้าคนขับอาสาถ่ายรูปให้ค่ะ ฮ่าๆ แล้วก็ Let's go ค่ะ !! ขาไปเปิดเพลง Where are you now? ค่ะ  เปิดดังมากๆ ปั่นผ่านไปทางไหน คนต้องหันมามอง ก็เขินๆดีเหมือนกันค่ะ ฮ่าๆ

รถออกแล้ว


ปั่นมา 2-3 นาที ก็มาจอดที่ป้อม Farmosa (A Farmosa Fort ) จริงๆเราเดินมาเองได้นะคะ ไม่ได้ไกลมาก
แต่ถ้าใครมาแบบ one day trip มาถึงมะละกาบ่ายๆ ถ้ามากับเพื่อนก็แชร์ค่าสามล้อกันก็ได้ นั่งสามล้อมาชิวๆ ไม่ต้องเดินตากแดดให้เมื่อย เซฟเวลา แล้วก็ได้ลองนั่งสามล้อแจ่มๆด้วย

A Farmosa Fort  ถ้าเดินขึ้นไปก็เป็นโบสถ์เซนท์ปอล์ค่ะ จะอยู่ด้านหลัง แต่เมื่อเช้าเราขึ้นไปแล้วเลยไม่ได้เดินไปอีก ตอนนี้เริ่มสายแล้ว แดดเริ่มร้อนแล้วค่ะ ><

รถจะมาจอดให้เราถ่ายรูปจนพอใจค่ะ เค้าก็จะรอเราอยู่แถวๆนี้





เดินมาดูตรงนี้บ้าง เหมือนจะเสียค่าเข้าชม


เดินมาดูรถถัง


อาคารนี้สวยดี


แดดเริ่มร้อน เกือบ 10 โมงแล้วค่ะ ต้องกลับเก็บของอีก ข้าวก็ยังไม่กิน ก็เลยนั่งสามล้อกลับเลย
เค้าก็มาส่งที่โบสถ์คริสต์ที่เดิมค่ะ

จากนั้นเราก็เดินกลับมาทางเดิม ผ่านแม่น้ำมะละกาตอนสายๆ นักท่องเที่ยวเริ่มมากันแล้วค่ะ สายๆจะเริ่มมีทัวร์มาลง


เดินผ่านถนน Jonker ค่ะ คืนนี้วันศุกร์น่าจะคึกคักเพราะมีถนนคนเดิน


ก่อนถึงโรงแรม แวะฝากท้องที่เซเว่นเหมือนเดิมค่ะ เช้านี้กิน"มามี่" (Mamee) ละกัน ^^


เช็คเอาท์ออกมา 11 โมง เจ้าของมาส่งที่ท่ารถ แล้วก็มารับลูกค้ากลับไปที่โรงแรมด้วยค่ะ ไม่เสียเที่ยวดีค่ะ  เจ้าของใจดี บริการดี บอกว่าต้องไปซื้อตั๋วรถกลับ KL ที่ไหน มาพักที่นี่ เหมือนมานอนบ้านเพื่อนค่ะ
กันเองดีค่ะ ถ้ามามะละกา เราก็จะมาพักที่นี่อีกค่ะ ^^

เดินวนๆ งงๆก็มาถึงเคาท์เตอร์ขายตั๋ว ถ้าพูดบาร์ฮาซ่าไม่ได้ ก็ออกตัวไปเลยนะคะว่า "อิงลิช พลีส"
คนขายนึกว่าเราพูดได้ เหมือนเค้าถามว่ามากี่คน เราไปตอบว่า " 12" ฮ่าๆ เราเข้าใจว่า เค้าถามว่ายูจะไปรถรอบกี่โมง รถรอบเร็วสุดมันรอบ 12.00 ค่ะ  แล้วก็ได้ตั๋วมา ค่ารถ 10 ริงกิตค่ะ

ตั๋วรถ รอบนี้ไม่ต้องใช้พาสปอร์ตค่ะ ขึ้นรถที่ช่อง 17


ขึ้นมาบนรถแล้ว สภาพรถเหมือนขามาค่ะ รถสภาพดี สะอาด แอร์เย็น


ด้วยความเพลียก็หลับไปประมาณชั่วโมง ตื่นมาก็เริ่มเข้าเมืองแล้ว
ชอบมาเลจัง บ้านเค้าดูเขียวๆดี ^^


รถมาถึงเกือบบ่ายสองค่ะ มาจอดที่ท่ารถก TBS เหมือนเดิม เดินขึ้นบันไดเลื่อนมาเลย จากนั้นเราจะนั่ง
รถกลับไปที่ KL sentral ค่ะ จะนั่ง KLIA transit กลับเหมือนเดิม เดินไปเลย


เดินมาไม่ได้ดูอะไรทั้งนั้น เราเดินตามคนข้างหน้ามาค่ะ รู้ตัวอีกทีก็เป็นสถานีของสาย KTM ค่ะ ฮ่าๆ
ขี้เกียจเดินกลับไปแล้ว เลยนั่งสายนี้กลับก็ได้ ผ่าน KL sentral เหมือนกัน ค่ารถถูกกว่าด้วย 2.4 ริงกิตค่ะ
ซื้อตั๋วที่เคาท์เตอร์ขายตั๋ว


ได้ตั๋วแล้ว เดินลงมารอรถค่ะ จากการรอพบว่าสาย KTM รอรถนานมากประมาณ 20 นาทีกว่าจะมา
รอไปอี๊ก ><


รถมาแล้วค่ะ มีสติ๊กเกอร์แปะด้วยว่าเป็นโบกี้ผู้หญิง แต่ขึ้นมาแล้ว ก็ยังมีผู้ชายขึ้นมาด้วยอยู่ดี
แต่ไม่เห็นมีใครว่าอะไร  งงนิดหน่อยค่ะ ><


รถไฟค่อนข้างหวานเย็นค่ะ ขับช้าๆยังไงไม่รู้ >< แต่ก็มาถึง KL sentral จนได้ เราต้องมาต่อรถไฟ ไปลงสถานี Pasar Seni อีกค่ะ อยู่ถัดจาก KL sentral 1 สถานี ที่พักจะอยู่ติด Central market ค่ะ

ลงจากรถไฟฟ้ามา ก็เริ่มมองหา Central Market ค่ะ เจอคนมาเล ถามเค้าดีกว่าขี้เกียจเดินหา เน็ทก็ไม่มี ร้อนด้วย บ่ายสามกว่าแล้วค่ะ คนมาเลใจดี บอกว่าตึกสีฟ้าๆ ตรงหน้ายูนั่นแหละ Cemtral Market ฮ่าๆ
เค้าไนซ์ดีนะคะ มีน้ำใจดี ก่อนแยกกันเค้าก็บอก Have a nice day เราด้วยค่ะ ^^ Terimah Kasih ค่า ^^

เราพักที่ Marquee guest houzz ค่ะ ห้องเก่าๆนิดๆ แต่แลกกับราคาและทำเล เราโอเคเลยค่ะ ^^ จองห้องรวมหญิง แบบ 4 เตียง คืนละ 220 บาท เองค่ะ จองผ่าน booking.com ค่ะ

ตรงนี้เป็นประตูทางเข้า จะอยู่ข้างๆซุปเปอร์มาเก็ตค่ะ หาไม่ยาก
ตอนเช็คอินมีเราคนเดียวนะคะ ไม่รู้จะได้นอนคนเดียวรึเปล่า เนื่องจากแดดร้อนอยู่ เย็นๆค่อยออกไปข้างนอกค่ะ จะไปห้าง Pavilion ไปทานโดนัท J.co ในตำนานค่ะ เห็นว่ากันว่าอร่อย


เราออกมาประมาณห้าโมงเย็นค่ะ ที่นี่ก็ยังมีแดดอยู่ หิวแล้วค่า ไปเติมพลังกันก่อน
กินไก่ทอด Texas ดีกว่า ดูว่าที่สาขาที่ KL จะเป็นอย่างไรบ้าง สาขานี้ติดกับรถไฟฟ้า Pasar seni เลยค่ะ


เดินเข้ามาแล้ว ในร้านกว้างดีค่ะ คนไม่เยอะ เดินไปสั่งได้เซ็ทนี้มาค่ะ ไม่มีมีดให้นะคะ ใช้มือ ^^
อร่อย^^


ทานเสร็จก็นั่งรถไฟฟ้า Mono rail ไปลงสถานี Bukit bintang ค่ะ  เพื่อไปที่ห้าง Pavilion ค่ะ

รถไฟฟ้า Mono rail น่ารัก มุ้งมิ้งมาก เล็กๆแต่รถมาถี่ค่ะ ไม่ต้องรอนาน ด้านในมีที่นั่งตรงกลางด้วย


นั่งมาแปีบเดียวก็มาถึง สถานี Bukit bintang ค่ะ เดินลงมาก้ข้ามถนนไปฝั่งตรงข้าม จะเป็นย่านช้อปปิ้ง
ศูนย์การค้า ที่นักท่องเที่ยวชอบมากัน เดินตรงมาเรื่อยๆก็จะเจอห้าง Pavilion ค่ะ


หน้าห้างแต่งเป็นธีมตรุษจีน


เข้ามาแล้ว ห้างใหญ่มาก


สำหรับ โดนัท J.Co นั้น ที่ KL จะมีสาขาเดียวนั่นคือที่ห้าง Pavilion นั่นเองค่ะ
หาไม่เจอ และไม่มีเน็ทเลยเดินไปถามเคาท์เตอร์ประชาสัมพันธ์ค่ะ
ต้องเดินลงมาชั้นล่างอีก เจอแล้วค่ะ


ได้โดนัทมาสองชิ้น กับช็อคโกแลต ^^


นั่งกินอยู่สักพัก ด้วยความอิ่มไก่ทอดเลยทานไม่หมดค่ะ เลยเอาโดนัทใส่กล่องกลับ 1 ชิ้น
แล้วก็ออกไปเดินเล่น


เดินไปเดินมาแถวนี้จนเริ่มมืดค่ะ


ระหว่างทางขากลับ เจอคุณน้าผู้ชายเป็นนักเล่นไวโอลินกำลังเก็บของจะกลับ เราเลยไปถามว่า อยากกินโดนัทมั้ยคะ? ก็ดูเค้างงๆ เราเลยเอาโดนัท J.co ออกมาจากกระเป๋า แล้วก็ให้น้าเค้าไป ^^

เดินกลับมาที่สถานีรถไฟฟ้า Monorail ค่ะ


แล้วนั่งกลับมาที่สถานี Pasar Seni
เป็น Central Market ตอนกลางคืน จะเงียบๆค่ะ ด้านในก็จะขายพวกของฝาก ของที่ระลึก
ข้างในมีร้าน Old Town White Coffee ด้วยค่ะ



Kasturi Walk ตอนกลางคืน เป็นถนนที่ขายของฝาก ของที่ระลึก ผลไม้ เสื้อผ้า กระเป๋า อยู่ข้างๆ Central Market ค่ะ ร้านต่างๆจะเปิดตอนกลางวัน แต่ตอนนี้ 3 ทุ่มแล้ว ร้านต่างๆก็ปิดแล้วค่ะ


เดินมาสุดอีกฝั่งนึง


จากนั้นก็กลับห้องพักผ่อนค่ะ คืนนี้มีรูมเมทมาพักด้วย เป็นคนไต้หวันค่ะ มารอขึ้นเครื่องไปอียิปต์^^
พรุ่งนี้จะกลับแล้ว เดี่ยวจะตื่นเช้าออกไปเก็บตกใน KL ค่ะ

โปรดติดตามตอนต่อไป Part 4 >> KL...ที่ฉันเห็น พร้อมสรุปค่าใช้จ่ายทั้งทริป >> http://journeyofarrow.blogspot.com/2017/02/kl-part-4-kl.html


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น